ภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน

  โพสเมื่อ: วันศุกร์ 9 สิงหาคม 2013, หมวดหมู่ ห้องเรียนภาษาอังกฤษ, เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เข้าดู 3,322 ครั้ง

                    สำหรับบางท่า่นที่จะต้องเดินทางไปประเทศบ่อยๆอาจจะเคยชินและคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษที่พบเจอบนเครื่องบินอย่างแน่นอน แต่สำหรับคนที่พึ่งขึ้นเครื่องเป็นครั้งแรกแถมภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ อาจจะเกร็งๆงงๆสับสน ดังนั้น วันนี้เอง TellmeMoreClub จึงได้นำคำศัพท์และประโยคที่ใช้บนเครื่องบินมาฝากกันค่ะ เผื่อว่าจะต้องเดินทางไปต่างประเทศขึ้นมาจะได้สื่อสารกันรู้เรื่องไม่งงเป็นไก่ตาแตก

Do you have an e-ticket or a paper ticket? - คำว่า e-ticket ย่อมาจาก electronic ticket หมายถึงตั๋วที่คุณซื้อถูกบันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ของสายการบินแล้ว คุณเพียงแต่ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อเช็คอินเท่านั้นเอง ส่วน paper ticket หมายถึงตั๋วกระดาษที่คล้ายๆ กับตั๋วชมคอนเสิร์ต ถ้าคุณทำหาย คุณต้องซื้อใหม่!

Are you checking baggage or carrying on? – Baggage เป็นคำที่ใช้เรียกทุกอย่างที่คุณแพ็ค ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทาง เป้ กล่อง หรืออื่นๆ ถ้าคุณมีกระเป๋าใบใหญ่หรือมีมากกว่าหนึ่งใบ คุณต้อง check กระเป๋าของคุณ และนั่นก็หมายถึงคุณต้องส่งเข้าเก็บในท้องเครื่องบินลำนั้นนั่นเอง ส่วนคำว่า carry-on เป็นคำนามหมายถึงกระเป๋าใบเล็กที่คุณหิ้วขึ้นเครื่องไปกับตัว

Would you like a window or aisle seat? – ไม่ต้องติดแหง็กตรงกลางอีกต่อไป! ถ้าคุณชอบมองออกทางหน้าต่างก็บอกไปว่าคุณขอ window seat. แต่ถ้าคุณอยากลุกยืนยืดแข้งยืดขาหรือstretch your legs อย่างสะดวกก็ให้ขอ aisle seat

Here’s your boarding pass. – คำว่า boarding pass คือเอกสารที่ออกให้เมื่อคุณเช็คอินโดยมีหมายเลขที่นั่งของคุณและหมายเลขประตูขึ้นเครื่องพิมพ์ไว้บนนั้น คุณจำเป็นต้องมีเอกสารสำคัญอันนี้เพื่อผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องของคุณ

Is this flight non-stop or does it have a layover? – คำว่า layover หมายถึงหยุดระหว่างทางก่อนไปถึงปลายทาง ส่วนคำว่าNon-stop หมายถึงบินรวดเดียวไปถึงปลายทางเลยโดยไม่ต้องหยุดพักที่ใดก่อน

After the security check, board your flight at gate 2. – คำว่า security check หมายถึงที่ๆ คุณพร้อมกระเป๋าหิ้วติดตัวที่คุณมีต้องผ่านการตรวจหาสิ่งของต้องห้ามที่เป็นอันตราย ส่วนคำว่า Gate หมายถึงพื้นที่ๆ คุณนั่งรอก่อน board หรือขึ้นเครื่องบินลำของคุณนั่นเอง

Is my flight delayed or on-time? – เมื่อเที่ยวบินของคุณจะออกช้าก่อนกำหนด คุณจะได้ยินประกาศว่าเที่ยวบินนั้น delayed ส่วน On-time หมายถึงเครื่องบินจะออกตรงเวลาที่กำหนดไว้

Pick up your bags at baggage claim. – Baggage claim เป็นที่ๆ คุณไปรับ checked baggage คืน ซึ่งก็หมายถึงกระเป๋าที่คุณไม่ได้หิ้วติดตัวตอนขึ้นเครื่องนั่นเอง

check-in counter – เป็นที่ผู้โดยสารส่งกระเป๋าขึ้นเครื่องบินและรับบัตรขึ้นเครื่องของตัวเอง

boarding pass – บัตรนี้จะมีรายชื่อของผู้โดยสารและหมายเลขที่นั่งบนเครื่องบอกไว้

Aisle or window seat? – ผู้โดยสารสามารถแจ้งความจำนงค์ว่าต้องการที่นั่งติดหน้าต่างหรือติดทางเดิน เช่น I’d prefer a window seat. เมื่อต้องการที่นั่งติดหน้าต่าง

Economy, First or Business class? – ที่นั่งบนเครื่องจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งที่นั่งใน Business class จะแพงและสบายกว่าที่นั่งที่อยู่ในชั้น Economy

One-way or roundtrip? – คุณสามารถเลือกซื้อตั๋วเที่ยวเดียวซึ่งเรียกว่า one-way (single) หรือตั๋วไปกลับซึ่งเรียกว่า round-trip(return) ก็ได้ เช่น A one-way economy class ticket to Paris, please.

Domestic and International flights – Domestic หมายถึงเที่ยวบินภายในประเทศ ส่วน international หมายถึงเที่ยวบินไปต่างประเทศ

check-in luggage – หมายถึงกระเป๋าเดินทางที่เก็บไว้ที่บรรทุกกระป๋าบนเครื่องบิน

carry-on luggage – บางครั้งเรียกว่า hand luggage หมายถึงกระเป๋าที่ผู้โดยสารหิ้วขึ้นเครื่องด้วย

Arrivals and Departures – หมายถึงบริเวณในสนามบินที่แบ่งเป็นพื้นที่ของเครื่องบินขาเข้าหรือของเครื่องบินขาออก คุณอาจบอกคนขับรถแท็กซี่ว่า “Take me to International Arrivals, please.”

Anything to declare? – คุณควรแจ้งพนักงานศุลกากรถ้าคุณมีสิ่งของอย่างสุราหรือบุหรี่เกินจำนวน ที่กำหนดไว้ ถ้าไม่มี คุณควรพูดว่า “Nothing to declare!”

ทีนี้เวลาขึ้นเครื่องไม่ว่าาจะไปประเทศไหนก็ไม่ต้องกลัวจะสื่อสารไม่รู้เรื่องแล้วนะคะ ขอให้ทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย และสนุกในทุกทริปการเดินทางนะคะ



Comments are closed.

ข่าวสารอัพเดท